สารตกค้างในถังทำให้แปลงถัดไปเสียหายได้ และเป็นสาเหตุอันดับต้นของหัวฉีดอุดตัน
การล้างระบบหลังพ่นเป็นงานที่ถูกข้ามบ่อยที่สุดเพราะเหนื่อยแล้วและอยากกลับบ้าน แต่เป็นงานที่ป้องกันความเสียหายได้มากที่สุดต่อเวลาที่ใช้
ทำไมต้องล้างทุกครั้ง
- สารตกค้างในถัง ท่อ และหัวฉีด อาจทำปฏิกิริยากับสารที่ใช้ครั้งถัดไป
- สารกำจัดวัชพืชที่ตกค้างแม้ปริมาณน้อย อาจทำให้พืชในแปลงถัดไปเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อพืชสองแปลงเป็นคนละชนิด
- สารที่แห้งติดในระบบทำให้หัวฉีดอุดและปั๊มทำงานหนักขึ้น
ขั้นตอนพื้นฐาน
- ระบายสารที่เหลือออกให้หมดในที่ที่เหมาะสม ไม่เทลงแหล่งน้ำหรือทางระบายน้ำ
- เติมน้ำสะอาดแล้วเดินระบบให้น้ำไหลผ่านท่อและหัวฉีดจนออกใส
- ถอดกรองและหัวฉีดออกล้างแยก เพราะเป็นจุดที่ตะกอนสะสมมากที่สุด
- ทำซ้ำอย่างน้อยสองรอบเมื่อเปลี่ยนชนิดสาร โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนจากสารกำจัดวัชพืชไปเป็นสารชนิดอื่น
สารบางชนิดมีคำแนะนำการล้างเฉพาะบนฉลาก เช่นต้องใช้น้ำยาล้างชนิดใดชนิดหนึ่ง ให้ทำตามนั้น
น้ำล้างเอาไปไหน
- ไม่เทลงคลอง บ่อ หรือทางน้ำ วิธีที่ใช้กันคือพ่นน้ำล้างกระจายลงในแปลงเดิมที่เพิ่งพ่นไป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับสารชนิดนั้นอยู่แล้ว แทนที่จะรวมไว้ที่จุดเดียว
การเก็บเมื่อจะไม่ใช้หลายวัน
- ล้างให้แห้งและปล่อยให้ระบบแห้งสนิทก่อนเก็บ น้ำที่ค้างอยู่ในท่อทำให้เกิดตะกอนและกลิ่น และในบางกรณีทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมเร็วขึ้น
ตรวจอะไรบ้างระหว่างล้าง
- ดูว่ามีรอยรั่วตามข้อต่อไหม กรองฉีกขาดหรือไม่ หัวฉีดสึกจนรูกว้างผิดปกติหรือเปล่า การล้างเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการตรวจสิ่งเหล่านี้ เพราะได้จับทุกชิ้นอยู่แล้ว
- หมายเหตุสำคัญ
- บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีเฉพาะรายการ อัตราผสมและช่วงเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดสาร ชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโต และสภาพแปลง ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราหรือนักวิชาการเกษตรก่อนตัดสินใจ


