ຂ້າມໄປຫາເນື້ອໃນຫຼັກ

หัวฉีดกับขนาดละออง — ตัวแปรที่เปลี่ยนผลการพ่นมากที่สุด

หัวฉีดของเครื่องพ่นสาร เห็นรูปแบบการกระจายละออง
ຮູບປະກອບ: Maury Markowitz — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)

ละอองใหญ่หรือเล็กดีกว่ากัน คำตอบขึ้นกับว่าพ่นอะไรและสภาพลมเป็นอย่างไร

หัวฉีดเป็นอุปกรณ์ราคาไม่แพงที่สุดในระบบพ่น แต่มีผลต่อผลลัพธ์มากที่สุด

ขนาดละอองคืออะไร

  • ละอองที่ออกจากหัวฉีดไม่ได้มีขนาดเดียว แต่กระจายเป็นช่วง ค่าที่ใช้พูดถึงกันคือขนาดกลางของการกระจายนั้น หัวฉีดต่างแบบให้ช่วงขนาดต่างกัน

ละอองเล็ก

  • ครอบคลุมพื้นผิวได้ดีกว่าเมื่อใช้ปริมาณเท่ากัน เพราะละอองหนึ่งหยดแตกเป็นหลายหยดเล็ก จึงเกาะใบได้ทั่วกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการให้สารสัมผัสพื้นผิวมาก แต่ละอองเล็กปลิวตามลมง่ายกว่ามาก และระเหยเร็วกว่าในอากาศร้อนแห้ง

ละอองใหญ่

  • ตกลงพื้นเร็ว ปลิวน้อย ทนลมได้ดีกว่า เหมาะเมื่อมีลมหรือเมื่อพ่นสารที่ไม่ต้องการให้ฟุ้ง แต่ครอบคลุมพื้นผิวได้น้อยกว่าที่ปริมาณเท่ากัน

หลักการเลือกอย่างง่าย

  • ลมแรงขึ้น ให้เลือกละอองใหญ่ขึ้น อากาศร้อนและแห้งจัด ให้เลือกละอองใหญ่ขึ้นเช่นกัน เพราะละอองเล็กจะระเหยก่อนถึงพืช งานที่ต้องการการครอบคลุมสูงในสภาพลมนิ่ง จึงจะเหมาะกับละอองเล็ก

ชนิดหัวฉีดที่พบในโดรนเกษตร

  • หัวฉีดแบบพัด ให้แนวพ่นเป็นแถบ ควบคุมทิศทางได้ดี และเปลี่ยนขนาดละอองได้ด้วยการเปลี่ยนเบอร์หัว
  • หัวฉีดแบบหมุนเหวี่ยง ใช้จานหมุนเหวี่ยงของเหลวออกมา ปรับขนาดละอองได้ด้วยความเร็วรอบ ให้ละอองที่สม่ำเสมอกว่า แต่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวที่ต้องดูแล

การดูแลที่ทำให้ผลการพ่นคงที่

  • หัวฉีดสึกตามการใช้งาน เมื่อสึกแล้วรูจะกว้างขึ้น อัตราการไหลเพิ่มขึ้นโดยที่ตัวเลขบนหน้าจอยังเท่าเดิม ผลคือใช้สารมากกว่าที่ตั้งใจโดยไม่รู้ตัว ควรตรวจอัตราการไหลจริงเป็นระยะด้วยการจับเวลาและตวงน้ำ

หัวฉีดอุดตันแม้เพียงหัวเดียวทำให้แนวพ่นขาดเป็นทาง ซึ่งมองไม่เห็นตอนบิน แต่เห็นชัดตอนพืชแสดงอาการไม่สม่ำเสมอในอีกหลายวันถัดมา ตรวจก่อนบินทุกครั้งจึงคุ้มกว่าเสมอ หมายเหตุสำคัญ บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีเฉพาะรายการ อัตราผสมและช่วงเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดสาร ชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโต และสภาพแปลง ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราหรือนักวิชาการเกษตรก่อนตัดสินใจ