แถบสีที่ขอบล่างของฉลากคือรหัสความเป็นพิษที่อ่านได้ในวินาทีเดียว รู้แค่นี้ก็เปลี่ยนวิธีเก็บและวิธีป้องกันตัวได้ทั้งแปลง
ที่ขอบล่างของฉลากสารเคมีเกษตรจะมีแถบสีพาดอยู่ แถบนี้ไม่ใช่การตกแต่ง แต่เป็นรหัสบอกระดับความเป็นพิษเฉียบพลันของสารนั้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่อ่านได้เร็วที่สุดบนฉลากทั้งใบ
ความหมายของแต่ละสี
- แถบสีแดงคือกลุ่มที่มีพิษร้ายแรงที่สุด รองลงมาคือสีเหลือง สีน้ำเงิน และสีเขียวซึ่งมีพิษน้อยที่สุดในบรรดาสี่กลุ่ม การไล่ระดับนี้อ้างอิงระบบสากลที่ใช้กันทั่วโลก
สิ่งที่แถบสีบอก และไม่ได้บอก
- แถบสีบอก "พิษเฉียบพลัน" คือความอันตรายเมื่อได้รับในครั้งเดียวปริมาณมาก เช่น กลืน สูดดม หรือกระเด็นเข้าตา
สิ่งที่แถบสีไม่ได้บอกคือผลระยะยาวจากการได้รับทีละน้อยเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนพ่นยาประจำเจอมากที่สุด สารแถบเขียวจึงไม่ได้แปลว่าพ่นโดยไม่ต้องป้องกันตัวได้ มันแปลว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุครั้งเดียว โอกาสรุนแรงน้อยกว่าเท่านั้น
ใช้แถบสีตัดสินใจอะไรได้บ้าง
- เรื่องการเก็บ สารแถบแดงและเหลืองต้องเก็บในตู้ที่ล็อกได้ แยกจากที่อยู่อาศัย และห้ามอยู่ในระยะที่เด็กเอื้อมถึงโดยเด็ดขาด
เรื่องการป้องกันตัว ยิ่งแถบสีเข้ม ยิ่งต้องเพิ่มระดับการป้องกันโดยเฉพาะช่วงผสม ซึ่งเป็นช่วงที่สัมผัสสารเข้มข้นที่สุด
เรื่องการเลือกซื้อ ถ้ามีสารสองตัวที่จัดการศัตรูพืชตัวเดียวกันได้พอกัน การเลือกตัวที่แถบสีอ่อนกว่าเป็นการลดความเสี่ยงให้คนพ่นโดยไม่เสียผลลัพธ์
เรื่องที่คนมองข้าม
- สารที่ผสมแล้วในถังมีความเข้มข้นต่ำกว่าในขวดมาก แต่ปริมาณรวมมากกว่ามาก การหกใส่ตัวจากถังผสมจึงอันตรายในแบบของมันเอง ไม่ใช่ปลอดภัยกว่าเพราะเจือจางแล้ว
- หมายเหตุสำคัญ
- บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้


