ຂ້າມໄປຫາເນື້ອໃນຫຼັກ

เก็บสารเคมีในโรงเก็บอย่างไร ไม่ให้กลายเป็นอันตรายในบ้านตัวเอง

อาคารเก็บอุปกรณ์และวัสดุการเกษตรในฟาร์ม
ຮູບປະກອບ: Michael Dibb — CC BY-SA 2.0 (Wikimedia Commons)

อุบัติเหตุจากสารเคมีเกษตรจำนวนมากไม่ได้เกิดตอนพ่น แต่เกิดในโรงเก็บและในครัวของบ้านเกษตรกรเอง

สารเคมีเกษตรถูกใช้ปีละไม่กี่ครั้ง แต่ถูกเก็บไว้ตลอดทั้งปี ความเสี่ยงส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ช่วงเก็บ ไม่ใช่ช่วงใช้

หลักพื้นฐานห้าข้อ

หนึ่ง เก็บในภาชนะเดิมพร้อมฉลากเสมอ

  • การแบ่งใส่ขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำปลา หรือถุงพลาสติกคือสาเหตุการกินสารเคมีโดยไม่ตั้งใจที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะกับเด็กและผู้สูงอายุ ถ้าฉลากเดิมหลุดหรือเลือน ให้เขียนชื่อสารติดไว้ให้ชัด

สอง แยกจากที่อยู่อาศัย อาหาร และอาหารสัตว์

  • ไม่เก็บในครัว ไม่เก็บใต้ถุนบ้านที่เด็กเข้าถึง ไม่วางรวมกับเมล็ดพันธุ์ที่จะกิน และไม่เก็บใกล้บ่อน้ำหรือถังน้ำใช้

สาม ล็อกได้ และมีอากาศถ่ายเท

  • ตู้หรือห้องที่ล็อกได้ อยู่ในที่ร่ม ไม่ร้อนจัด และระบายอากาศได้ ความร้อนทำให้ภาชนะขยายตัวและรั่วซึม รวมถึงทำให้สารบางตัวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

สี่ วางของเหลวไว้ชั้นล่าง ของแห้งไว้ชั้นบน

  • ถ้าของเหลวรั่ว จะได้ไม่ไหลลงไปโดนของที่อยู่ข้างล่าง และไม่ควรวางบนพื้นดินเปล่าโดยตรง ควรมีถาดหรือฐานรองที่กักของเหลวได้

ห้า จัดเรียงตามอายุ ใช้ของเก่าก่อน

  • สารเคมีมีวันหมดอายุ ของที่เสื่อมสภาพแล้วไม่ได้แค่ไม่ได้ผล แต่กลายเป็นของเสียที่ต้องกำจัดซึ่งยุ่งยากกว่าการใช้ให้หมดตามรอบ

สิ่งที่ควรมีติดโรงเก็บ

  • ทรายหรือขี้เลื่อยสำหรับซับเวลาหก น้ำสะอาดสำหรับล้างตาและล้างตัว รายชื่อสารที่เก็บอยู่พร้อมวันที่ซื้อ และหมายเลขฉุกเฉินติดไว้ให้เห็นชัด

เรื่องที่มักถูกลืม

  • คนที่เข้าโรงเก็บไม่ได้มีแค่คนพ่นยา ลูกหลานที่มาเล่น ญาติที่มาช่วยงาน หรือคนที่มาซ่อมของ ล้วนเข้าถึงได้ถ้าไม่ได้ล็อก การล็อกจึงไม่ใช่เรื่องความหวงของ แต่เป็นการป้องกันคนที่ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร
  • หมายเหตุสำคัญ
  • บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้