อุบัติเหตุจากสารเคมีเกษตรจำนวนมากไม่ได้เกิดตอนพ่น แต่เกิดในโรงเก็บและในครัวของบ้านเกษตรกรเอง
สารเคมีเกษตรถูกใช้ปีละไม่กี่ครั้ง แต่ถูกเก็บไว้ตลอดทั้งปี ความเสี่ยงส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ช่วงเก็บ ไม่ใช่ช่วงใช้
หลักพื้นฐานห้าข้อ
หนึ่ง เก็บในภาชนะเดิมพร้อมฉลากเสมอ
- การแบ่งใส่ขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำปลา หรือถุงพลาสติกคือสาเหตุการกินสารเคมีโดยไม่ตั้งใจที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะกับเด็กและผู้สูงอายุ ถ้าฉลากเดิมหลุดหรือเลือน ให้เขียนชื่อสารติดไว้ให้ชัด
สอง แยกจากที่อยู่อาศัย อาหาร และอาหารสัตว์
- ไม่เก็บในครัว ไม่เก็บใต้ถุนบ้านที่เด็กเข้าถึง ไม่วางรวมกับเมล็ดพันธุ์ที่จะกิน และไม่เก็บใกล้บ่อน้ำหรือถังน้ำใช้
สาม ล็อกได้ และมีอากาศถ่ายเท
- ตู้หรือห้องที่ล็อกได้ อยู่ในที่ร่ม ไม่ร้อนจัด และระบายอากาศได้ ความร้อนทำให้ภาชนะขยายตัวและรั่วซึม รวมถึงทำให้สารบางตัวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
สี่ วางของเหลวไว้ชั้นล่าง ของแห้งไว้ชั้นบน
- ถ้าของเหลวรั่ว จะได้ไม่ไหลลงไปโดนของที่อยู่ข้างล่าง และไม่ควรวางบนพื้นดินเปล่าโดยตรง ควรมีถาดหรือฐานรองที่กักของเหลวได้
ห้า จัดเรียงตามอายุ ใช้ของเก่าก่อน
- สารเคมีมีวันหมดอายุ ของที่เสื่อมสภาพแล้วไม่ได้แค่ไม่ได้ผล แต่กลายเป็นของเสียที่ต้องกำจัดซึ่งยุ่งยากกว่าการใช้ให้หมดตามรอบ
สิ่งที่ควรมีติดโรงเก็บ
- ทรายหรือขี้เลื่อยสำหรับซับเวลาหก น้ำสะอาดสำหรับล้างตาและล้างตัว รายชื่อสารที่เก็บอยู่พร้อมวันที่ซื้อ และหมายเลขฉุกเฉินติดไว้ให้เห็นชัด
เรื่องที่มักถูกลืม
- คนที่เข้าโรงเก็บไม่ได้มีแค่คนพ่นยา ลูกหลานที่มาเล่น ญาติที่มาช่วยงาน หรือคนที่มาซ่อมของ ล้วนเข้าถึงได้ถ้าไม่ได้ล็อก การล็อกจึงไม่ใช่เรื่องความหวงของ แต่เป็นการป้องกันคนที่ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร
- หมายเหตุสำคัญ
- บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้


