ชีวภัณฑ์คือสิ่งมีชีวิต การผสมกับสารกำจัดเชื้อราจึงอาจฆ่าตัวที่เราเพิ่งซื้อมาตั้งแต่อยู่ในถัง
ชีวภัณฑ์ที่ใช้กันในแปลง เช่น เชื้อราและแบคทีเรียที่ควบคุมศัตรูพืช เป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่สารเคมีที่เสถียร ข้อแตกต่างนี้เปลี่ยนวิธีใช้ทั้งหมด
ผสมกับสารกำจัดเชื้อราไม่ได้ในกรณีส่วนใหญ่
- ถ้าชีวภัณฑ์ที่ใช้เป็นเชื้อรา การผสมกับสารกำจัดเชื้อราคือการฆ่าตัวที่เราเพิ่งซื้อมาตั้งแต่ยังอยู่ในถัง เรื่องนี้ฟังดูชัดเจนแต่เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะเกษตรกรอยากพ่นรอบเดียวให้จบ
ถ้าจำเป็นต้องใช้ทั้งสองอย่าง ให้เว้นระยะห่างกันหลายวัน และอ่านฉลากของชีวภัณฑ์ว่าระบุระยะเว้นไว้เท่าไหร่
แสงแดดและความร้อนเป็นศัตรู
- สิ่งมีชีวิตในชีวภัณฑ์ตายได้ด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตและความร้อน การพ่นกลางแดดจัดจึงเสียของ ช่วงที่เหมาะคือเย็นหรือค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นสูงและแดดหมดแล้ว
เก็บให้ถูกวิธี
- ชีวภัณฑ์หลายชนิดต้องเก็บในที่เย็นและมีอายุสั้นกว่าสารเคมีมาก ของที่วางไว้ในโรงเก็บที่ร้อนจัดหลายเดือนอาจไม่เหลือสิ่งมีชีวิตที่ยังทำงานได้เลย ทั้งที่หน้าตาภายนอกเหมือนเดิมทุกอย่าง
น้ำที่ใช้ผสมก็มีผล
- น้ำประปาที่มีคลอรีนตกค้างสามารถฆ่าจุลินทรีย์ในชีวภัณฑ์ได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรตักพักไว้ให้คลอรีนระเหยก่อน
ทำไมถึงคุ้มที่จะใช้แม้จะยุ่งยากกว่า
- ชีวภัณฑ์ไม่มีปัญหาเรื่องสารตกค้าง จึงใช้ได้ใกล้วันเก็บเกี่ยวมากกว่า และเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดจำนวนรอบที่ต้องใช้สารเคมี ซึ่งช่วยชะลอการดื้อยาโดยตรง
การใช้ร่วมกันอย่างมีแผน ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือแนวทางที่ใช้ได้จริงในแปลงส่วนใหญ่ แต่ต้องวางลำดับให้ถูก ซึ่งขึ้นกับชนิดพืช ศัตรูพืชที่พบ และช่วงเวลาในฤดู จึงควรวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นฤดู ไม่ใช่ตัดสินใจหน้างาน หมายเหตุสำคัญ บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้


