งานซ่อมส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการตรวจสั้น ๆ ก่อนและหลังบิน รายการนี้ใช้ได้กับโดรนเกษตรทุกรุ่น
โดรนเกษตรทำงานในสภาพฝุ่น น้ำ และสารเคมี ซึ่งเป็นสภาพที่โหดกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอจึงคุ้มกว่าการซ่อมใหญ่มาก
ก่อนบินทุกครั้ง
- ดูใบพัดว่ามีรอยบิ่น รอยร้าว หรือคดงอไหม ใบพัดที่บิ่นทำให้เกิดการสั่นซึ่งกินแบตและทำให้มอเตอร์เสื่อม
- ตรวจว่าใบพัดยึดแน่นทุกตัว
- ดูข้อต่อแขนว่าล็อกสนิท
- ตรวจระดับประจุแบตเตอรี่และดูว่าตัวแบตไม่บวมหรือร้อนผิดปกติ
- เปิดระบบพ่นให้น้ำไหลผ่านสั้น ๆ เพื่อดูว่าหัวฉีดออกครบทุกหัวและแนวพ่นสม่ำเสมอ
- ตรวจว่ากรองสะอาด
หลังบินทุกครั้ง
- ล้างระบบพ่นตามขั้นตอน
- เช็ดตัวเครื่องให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณที่มีคราบสารเคมี เพราะสารตกค้างกัดกร่อนผิวและขั้วต่อ
- ปล่อยแบตเตอรี่ให้เย็นก่อนชาร์จ
- ดูใต้ตัวเครื่องว่ามีน้ำหรือสารรั่วซึมเข้าไปไหม
รายสัปดาห์
- ตรวจสายไฟและขั้วต่อว่ามีรอยไหม้ รอยกัดกร่อน หรือหลวมไหม
- ตรวจมอเตอร์ว่าหมุนลื่นและไม่มีเสียงผิดปกติ
- ทำความสะอาดเซนเซอร์และเลนส์กล้อง เพราะฝุ่นบนเซนเซอร์ทำให้ระบบหลบสิ่งกีดขวางทำงานผิดพลาด
- ตรวจอัตราการไหลจริงของหัวฉีดด้วยการจับเวลาและตวง เทียบกับค่าที่ควรได้
สิ่งที่ควรมีในกล่องเครื่องมือ
- ใบพัดสำรอง หัวฉีดสำรอง กรองสำรอง ประแจที่ใช้กับเครื่องรุ่นนั้น ผ้าสะอาด และน้ำสะอาด อะไหล่สี่อย่างแรกคือของที่เสียบ่อยที่สุดและทำให้งานหยุดกลางแปลงถ้าไม่มีสำรอง
เมื่อไรควรให้ช่างดู
- มีเสียงหรือการสั่นที่ไม่เคยมี เครื่องเอียงหรือดึงไปทางใดทางหนึ่งขณะลอยนิ่ง ระบบแจ้งเตือนซ้ำ ๆ แม้รีสตาร์ทแล้ว หรือแบตเตอรี่มีอาการผิดปกติ อาการเหล่านี้ไม่ควรฝืนใช้ต่อ เพราะการตกหนึ่งครั้งแพงกว่าค่าตรวจมาก


