ภาชนะที่ดูว่างเปล่ายังมีสารตกค้างอยู่ข้างใน การล้างสามครั้งใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีและได้สารกลับลงถังด้วย
ขวดหรือถุงที่เทจนหมดแล้วยังมีสารเคลือบอยู่ที่ผนังด้านใน ปริมาณที่เหลือน้อยเมื่อเทียบกับของเดิม แต่มากพอที่จะเป็นอันตรายกับคนและสัตว์ และมากพอที่จะปนเปื้อนแหล่งน้ำถ้าถูกทิ้งผิดที่
การล้างสามครั้ง
- เททิ้งให้หมดลงถังผสมก่อน โดยถือคว่ำทิ้งไว้จนไม่มีของไหลออกมาแล้ว
เติมน้ำสะอาดลงในภาชนะประมาณหนึ่งในสี่ของขวด ปิดฝา เขย่าให้ทั่วทุกด้านรวมถึงคอขวด แล้วเทน้ำล้างนั้นลงถังผสม ไม่ใช่เททิ้งลงดิน
ทำซ้ำแบบเดิมอีกสองรอบ รวมเป็นสามรอบ
น้ำล้างทั้งสามรอบเป็นส่วนหนึ่งของน้ำยาที่จะพ่น จึงไม่ได้เสียของและไม่ได้เพิ่มอัตราการใช้ เพราะมันคือสารที่ควรลงถังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
หลังล้างเสร็จ
- เจาะหรือทำให้ภาชนะใช้งานต่อไม่ได้ เพื่อกันไม่ให้มีใครเก็บไปใช้ซ้ำ
เก็บรวบรวมไว้ในที่เฉพาะ แยกจากขยะทั่วไป แล้วสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่องจุดรับคืนภาชนะ หลายพื้นที่มีโครงการรับคืนอยู่แล้ว
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
- ห้ามนำภาชนะไปใส่น้ำดื่ม น้ำใช้ อาหาร หรืออาหารสัตว์ ไม่ว่าจะล้างมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม
ห้ามเผา ควันจากการเผาภาชนะสารเคมีมีสารพิษที่อันตรายกว่าตัวสารเดิมในหลายกรณี และคนที่สูดควันคือคนในบ้านตัวเอง
ห้ามฝังกลบในแปลงหรือทิ้งลงคลอง สารจะไหลลงสู่แหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกันทั้งชุมชน
ห้ามทิ้งรวมกับขยะครัวเรือน เพราะคนเก็บขยะและคนคัดแยกจะสัมผัสโดยไม่รู้ตัว
เรื่องที่คนมองข้าม
- ถุงบรรจุชนิดผงที่ฉีกใช้แล้วก็ต้องจัดการเหมือนกัน หลายคนล้างเฉพาะขวดแต่โยนถุงลงกองขยะ ทั้งที่ผงที่ติดอยู่ในถุงฟุ้งกระจายได้ง่ายกว่าของเหลวเสียอีก
- หมายเหตุสำคัญ
- บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้


