跳到主要内容

ขวดเปล่าหลังใช้ยา — ล้างสามครั้ง แล้วห้ามเอาไปใช้ต่อ

ภาชนะสารเคมีเกษตรที่ใช้แล้วและต้องจัดการอย่างถูกวิธี
配图:Gene Daniels — Public domain (Wikimedia Commons)

ภาชนะที่ดูว่างเปล่ายังมีสารตกค้างอยู่ข้างใน การล้างสามครั้งใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีและได้สารกลับลงถังด้วย

ขวดหรือถุงที่เทจนหมดแล้วยังมีสารเคลือบอยู่ที่ผนังด้านใน ปริมาณที่เหลือน้อยเมื่อเทียบกับของเดิม แต่มากพอที่จะเป็นอันตรายกับคนและสัตว์ และมากพอที่จะปนเปื้อนแหล่งน้ำถ้าถูกทิ้งผิดที่

การล้างสามครั้ง

  • เททิ้งให้หมดลงถังผสมก่อน โดยถือคว่ำทิ้งไว้จนไม่มีของไหลออกมาแล้ว

เติมน้ำสะอาดลงในภาชนะประมาณหนึ่งในสี่ของขวด ปิดฝา เขย่าให้ทั่วทุกด้านรวมถึงคอขวด แล้วเทน้ำล้างนั้นลงถังผสม ไม่ใช่เททิ้งลงดิน

ทำซ้ำแบบเดิมอีกสองรอบ รวมเป็นสามรอบ

น้ำล้างทั้งสามรอบเป็นส่วนหนึ่งของน้ำยาที่จะพ่น จึงไม่ได้เสียของและไม่ได้เพิ่มอัตราการใช้ เพราะมันคือสารที่ควรลงถังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

หลังล้างเสร็จ

  • เจาะหรือทำให้ภาชนะใช้งานต่อไม่ได้ เพื่อกันไม่ให้มีใครเก็บไปใช้ซ้ำ

เก็บรวบรวมไว้ในที่เฉพาะ แยกจากขยะทั่วไป แล้วสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่องจุดรับคืนภาชนะ หลายพื้นที่มีโครงการรับคืนอยู่แล้ว

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามนำภาชนะไปใส่น้ำดื่ม น้ำใช้ อาหาร หรืออาหารสัตว์ ไม่ว่าจะล้างมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม

ห้ามเผา ควันจากการเผาภาชนะสารเคมีมีสารพิษที่อันตรายกว่าตัวสารเดิมในหลายกรณี และคนที่สูดควันคือคนในบ้านตัวเอง

ห้ามฝังกลบในแปลงหรือทิ้งลงคลอง สารจะไหลลงสู่แหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกันทั้งชุมชน

ห้ามทิ้งรวมกับขยะครัวเรือน เพราะคนเก็บขยะและคนคัดแยกจะสัมผัสโดยไม่รู้ตัว

เรื่องที่คนมองข้าม

  • ถุงบรรจุชนิดผงที่ฉีกใช้แล้วก็ต้องจัดการเหมือนกัน หลายคนล้างเฉพาะขวดแต่โยนถุงลงกองขยะ ทั้งที่ผงที่ติดอยู่ในถุงฟุ้งกระจายได้ง่ายกว่าของเหลวเสียอีก
  • หมายเหตุสำคัญ
  • บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้