ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ความสูงและความเร็วบิน — สองตัวเลขที่ตัดสินว่ายาลงถึงพืชหรือปลิวทิ้ง

โดรนเกษตรขณะปฏิบัติงานเหนือพื้นที่เพาะปลูก
ภาพประกอบ: Shreesha Sharma — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)

ตั้งค่าผิดเพียงเล็กน้อย ผลลัพธ์ต่างกันทั้งแปลง เข้าใจว่าทำไมความสูงและความเร็วต้องมาคู่กันเสมอ

ผู้ใช้โดรนใหม่มักคิดว่าบินสูงขึ้นจะได้แนวพ่นกว้างขึ้นและเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งจริงครึ่งเดียว

บินสูงขึ้นได้อะไรและเสียอะไร

  • แนวพ่นกว้างขึ้นจริง แต่ลมกดจากใบพัดจะกระจายออกก่อนถึงพืช ละอองจึงลอยอยู่ในอากาศนานขึ้น ผลคือปลิวออกนอกแปลงมากขึ้น ระเหยมากขึ้นในอากาศร้อน และแทรกเข้าทรงพุ่มได้น้อยลง

บินต่ำเกินไปก็มีปัญหา

  • แนวพ่นแคบลง ต้องบินหลายเที่ยวขึ้น และลมกดที่แรงเกินไปอาจทำให้ต้นพืชล้มหรือใบช้ำ โดยเฉพาะพืชที่ยังเล็กหรือมีลำต้นอ่อน นอกจากนี้ยังเสี่ยงชนสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น

ความเร็วบินสัมพันธ์กับปริมาณต่อไร่โดยตรง

  • ถ้าอัตราการไหลของหัวฉีดคงที่ การบินเร็วขึ้นแปลว่าสารที่ลงต่อพื้นที่น้อยลงตามสัดส่วน เร็วขึ้นสองเท่าโดยไม่ปรับอะไรเลย เท่ากับได้ยาครึ่งเดียว

โดรนรุ่นใหม่ส่วนมากปรับอัตราการไหลตามความเร็วให้อัตโนมัติ แต่ระบบนี้ทำงานได้ในช่วงหนึ่งเท่านั้น ถ้าบินเร็วเกินกว่าที่ปั๊มจ่ายทัน ระบบจะจ่ายได้ไม่ถึงที่ตั้งไว้ และมักไม่มีการเตือนที่ชัดเจน

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มงานจริง

  • ตั้งค่าปริมาณต่อไร่ตามที่วางแผน แล้วบินทดสอบระยะสั้นเพื่อดูว่าถังลดลงตรงกับที่คำนวณไว้ไหม ถ้าไม่ตรง แปลว่ามีบางอย่างผิด เช่น หัวฉีดสึก ปั๊มอ่อน หรือค่าที่ตั้งไม่ตรงกับที่เข้าใจ

การจดค่าที่ใช้จริงในแต่ละแปลง

  • จดความสูง ความเร็ว ปริมาณต่อไร่ ชนิดหัวฉีด และสภาพลมของวันนั้น เมื่อทำซ้ำหลายครั้งจะเห็นรูปแบบว่าค่าชุดไหนให้ผลดีกับแปลงแบบไหน ซึ่งมีค่ามากกว่าการจำค่ามาตรฐานจากคู่มืออย่างเดียว
  • หมายเหตุสำคัญ
  • บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีเฉพาะรายการ อัตราผสมและช่วงเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดสาร ชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโต และสภาพแปลง ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราหรือนักวิชาการเกษตรก่อนตัดสินใจ