ตั้งราคาจากความรู้สึกทำให้หลายรายขาดทุนโดยไม่รู้ตัว บทความนี้เป็นโครงคำนวณที่กรอกตัวเลขของตัวเองได้
คนที่ซื้อโดรนมารับจ้างพ่นมักตั้งราคาตามที่คนอื่นในพื้นที่ตั้ง โดยไม่ได้คำนวณต้นทุนของตัวเอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่บางรายทำงานหนักทั้งฤดูแล้วเหลือเงินไม่เท่าที่คิด
ต้นทุนแบ่งเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มที่หนึ่ง ต้นทุนที่เกิดทุกครั้งที่ทำงาน
- ค่าน้ำมันรถขนอุปกรณ์
- ค่าไฟหรือค่าน้ำมันเครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จแบตเตอรี่
- ค่าแรงคนช่วย ถ้ามี
- ค่าน้ำและค่าขนน้ำ
กลุ่มที่สอง ต้นทุนที่เกิดเป็นรอบ ต้องเฉลี่ยลงต่อไร่ ค่าเสื่อมของตัวเครื่อง เอาราคาเครื่องหารด้วยจำนวนไร่ที่คาดว่าจะทำได้ตลอดอายุใช้งาน ค่าแบตเตอรี่ เอาราคาแบตหารด้วยจำนวนรอบที่ใช้ได้ แล้วแปลงเป็นต่อไร่ ค่าอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น ใบพัด หัวฉีด กรอง ค่าซ่อมบำรุงที่คาดว่าจะเกิด ค่าประกันภัย
ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนคำนวณได้
- จำนวนไร่ที่ทำได้จริงต่อวัน ไม่ใช่ตัวเลขที่คำนวณจากความเร็วบิน แต่คือตัวเลขที่รวมเวลาเดินทาง เวลาเติมยา เวลาเปลี่ยนแบต และเวลาที่เสียไปกับเรื่องไม่คาดคิด ตัวเลขนี้ต่างจากที่คนส่วนใหญ่คาดไว้มาก และควรวัดจากงานจริงหลายวัน
จำนวนวันทำงานจริงต่อปี งานพ่นยาเป็นงานตามฤดู มีวันที่ฝนตก ลมแรง หรือไม่มีงาน การคิดว่าจะได้ทำงานทุกวันทำให้ค่าเสื่อมต่อไร่ผิดไปมาก
สิ่งที่มักถูกลืม
- เวลาที่ใช้ในการรับงาน คุยกับลูกค้า และไปดูแปลง
- ค่าเสียโอกาสของเงินที่จมไปกับเครื่อง
- ภาษีและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ตั้งราคาอย่างไร
- เมื่อได้ต้นทุนต่อไร่แล้ว ให้บวกกำไรที่ต้องการ แล้วเทียบกับราคาตลาดในพื้นที่ ถ้าต้นทุนของคุณสูงกว่าราคาตลาด แปลว่าต้องแก้ที่ต้นทุนหรือเพิ่มปริมาณงาน ไม่ใช่ลดราคาตาม
ราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนไม่ได้ทำให้ได้งานมากขึ้นอย่างยั่งยืน มันแค่ทำให้เหนื่อยฟรีนานขึ้น
สิ่งที่ช่วยได้จริง
- รับงานเป็นกลุ่มในพื้นที่เดียวกันเพื่อลดเวลาเดินทาง
- มีแบตเตอรี่พอไม่ต้องรอชาร์จ
- จดบันทึกทุกงานเพื่อให้รู้ตัวเลขจริงของตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ประมาณเอา


