Skip to main content

รับจ้างพ่นยา — คิดต้นทุนต่อไร่อย่างไรไม่ให้ขาดทุนเงียบ ๆ

เกษตรกรกำลังทำงานในแปลงนาในประเทศไทย
Photo: No machine-readable author provided. Chiba007~commonswiki assumed (based on copyright claims). — CC BY-SA 3.0 (Wikimedia Commons)

ตั้งราคาจากความรู้สึกทำให้หลายรายขาดทุนโดยไม่รู้ตัว บทความนี้เป็นโครงคำนวณที่กรอกตัวเลขของตัวเองได้

คนที่ซื้อโดรนมารับจ้างพ่นมักตั้งราคาตามที่คนอื่นในพื้นที่ตั้ง โดยไม่ได้คำนวณต้นทุนของตัวเอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่บางรายทำงานหนักทั้งฤดูแล้วเหลือเงินไม่เท่าที่คิด

ต้นทุนแบ่งเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มที่หนึ่ง ต้นทุนที่เกิดทุกครั้งที่ทำงาน

  • ค่าน้ำมันรถขนอุปกรณ์
  • ค่าไฟหรือค่าน้ำมันเครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จแบตเตอรี่
  • ค่าแรงคนช่วย ถ้ามี
  • ค่าน้ำและค่าขนน้ำ

กลุ่มที่สอง ต้นทุนที่เกิดเป็นรอบ ต้องเฉลี่ยลงต่อไร่ ค่าเสื่อมของตัวเครื่อง เอาราคาเครื่องหารด้วยจำนวนไร่ที่คาดว่าจะทำได้ตลอดอายุใช้งาน ค่าแบตเตอรี่ เอาราคาแบตหารด้วยจำนวนรอบที่ใช้ได้ แล้วแปลงเป็นต่อไร่ ค่าอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น ใบพัด หัวฉีด กรอง ค่าซ่อมบำรุงที่คาดว่าจะเกิด ค่าประกันภัย

ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนคำนวณได้

  • จำนวนไร่ที่ทำได้จริงต่อวัน ไม่ใช่ตัวเลขที่คำนวณจากความเร็วบิน แต่คือตัวเลขที่รวมเวลาเดินทาง เวลาเติมยา เวลาเปลี่ยนแบต และเวลาที่เสียไปกับเรื่องไม่คาดคิด ตัวเลขนี้ต่างจากที่คนส่วนใหญ่คาดไว้มาก และควรวัดจากงานจริงหลายวัน

จำนวนวันทำงานจริงต่อปี งานพ่นยาเป็นงานตามฤดู มีวันที่ฝนตก ลมแรง หรือไม่มีงาน การคิดว่าจะได้ทำงานทุกวันทำให้ค่าเสื่อมต่อไร่ผิดไปมาก

สิ่งที่มักถูกลืม

  • เวลาที่ใช้ในการรับงาน คุยกับลูกค้า และไปดูแปลง
  • ค่าเสียโอกาสของเงินที่จมไปกับเครื่อง
  • ภาษีและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

ตั้งราคาอย่างไร

  • เมื่อได้ต้นทุนต่อไร่แล้ว ให้บวกกำไรที่ต้องการ แล้วเทียบกับราคาตลาดในพื้นที่ ถ้าต้นทุนของคุณสูงกว่าราคาตลาด แปลว่าต้องแก้ที่ต้นทุนหรือเพิ่มปริมาณงาน ไม่ใช่ลดราคาตาม

ราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนไม่ได้ทำให้ได้งานมากขึ้นอย่างยั่งยืน มันแค่ทำให้เหนื่อยฟรีนานขึ้น

สิ่งที่ช่วยได้จริง

  • รับงานเป็นกลุ่มในพื้นที่เดียวกันเพื่อลดเวลาเดินทาง
  • มีแบตเตอรี่พอไม่ต้องรอชาร์จ
  • จดบันทึกทุกงานเพื่อให้รู้ตัวเลขจริงของตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ประมาณเอา