跳到主要内容

ผสมหลายตัวในถังเดียว — ลำดับที่ถูกต้อง และการทดสอบในแก้วก่อน

ถังบรรจุน้ำสำหรับผสมสารในแปลงเกษตร
配图:Jonathan Billinger — CC BY-SA 2.0 (Wikimedia Commons)

สารที่ผสมกันไม่ได้จะจับตัวเป็นก้อนอุดหัวฉีดกลางแปลง วิธีป้องกันใช้เวลาห้านาทีและแก้วน้ำหนึ่งใบ

การผสมสารหลายตัวในถังเดียวเพื่อพ่นรอบเดียวช่วยประหยัดเวลาและค่าน้ำมันได้จริง แต่สารบางคู่ผสมกันแล้วเกิดปฏิกิริยาจนจับตัวเป็นก้อน ตกตะกอน หรือเสียฤทธิ์ ปัญหาจะแสดงตัวตอนอยู่กลางแปลงแล้ว ซึ่งสายเกินไป

ทดสอบในแก้วก่อนเสมอ

  • วิธีที่ได้ผลที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุดคือการทดสอบในภาชนะใส ตวงน้ำใส่แก้วใสตามสัดส่วนที่จะใช้จริง แล้วใส่สารทีละตัวตามลำดับที่จะผสมจริง คนให้เข้ากันแล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณสิบห้านาที

ถ้าเห็นตะกอนที่คนแล้วไม่กลับเข้าเนื้อ เห็นก้อนคล้ายนมบูด เห็นชั้นน้ำมันลอยแยก หรือเห็นการเปลี่ยนสีหรือมีความร้อนเกิดขึ้น แปลว่าคู่นั้นผสมกันไม่ได้ ห้ามเอาลงถัง

ลำดับการใส่มีผลจริง

  • หลักทั่วไปคือเติมน้ำลงถังราวครึ่งหนึ่งก่อน เปิดระบบกวนหรือคนให้น้ำหมุน แล้วค่อยใส่สารทีละตัวโดยให้แต่ละตัวละลายเข้ากันก่อนใส่ตัวถัดไป

ลำดับที่ใช้กันทั่วไปคือใส่ชนิดผงหรือเม็ดที่ต้องละลายน้ำก่อน ตามด้วยชนิดครีมข้น แล้วจึงเป็นชนิดน้ำมันหรือชนิดที่ผสมน้ำแล้วเป็นน้ำนม ส่วนสารจับใบและสารเสริมประสิทธิภาพใส่เป็นลำดับท้ายสุด

⚠️ ลำดับนี้เป็นหลักทั่วไป ฉลากของผลิตภัณฑ์บางตัวระบุลำดับหรือข้อห้ามเฉพาะไว้ ให้ยึดฉลากก่อนเสมอ

สิ่งที่ห้ามทำ

  • ห้ามเทสารเข้มข้นสองตัวลงชนกันโดยตรงก่อนเจือจาง ปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุดเกิดจากตรงนี้

ห้ามผสมทิ้งไว้ข้ามคืน สารที่ผสมแล้วเสถียรน้อยกว่าตอนอยู่ในขวด บางตัวสลายตัวภายในไม่กี่ชั่วโมง

ห้ามผสมเผื่อไว้เกินที่จะใช้จริง เพราะน้ำยาที่เหลือกลายเป็นของเสียที่กำจัดยาก

เรื่องเฉพาะของการพ่นด้วยโดรน

  • โดรนใช้น้ำน้อยกว่าการพ่นแบบเดิมมาก น้ำยาในถังจึงเข้มข้นกว่าที่หลายคนคุ้นเคย ความเข้มข้นที่สูงขึ้นทำให้โอกาสเกิดปัญหาการเข้ากันไม่ได้สูงขึ้นตามไปด้วย การทดสอบในแก้วจึงสำคัญกว่าเดิม ไม่ใช่ข้ามได้เพราะเคยผสมคู่นี้ในถังใหญ่แล้วไม่มีปัญหา
  • หมายเหตุสำคัญ
  • บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้