ช่วงที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ตอนพ่น แต่เป็นตอนผสม เพราะเป็นจังหวะเดียวที่สัมผัสสารเข้มข้น
คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือตอนพ่น จึงใส่หน้ากากตอนพ่นแล้วถอดตอนผสม ทั้งที่ความจริงกลับกัน ตอนผสมคือจังหวะเดียวที่มือสัมผัสสารเข้มข้นจากขวดโดยตรง และเป็นจังหวะที่เกิดการกระเด็นบ่อยที่สุด
ตอนผสม — ระดับป้องกันสูงสุด
- ถุงมือยางที่ไม่ซึม ความยาวคลุมข้อมือขึ้นไป ถุงมือผ้าหรือถุงมือถักไม่ช่วยอะไรเลย ตรงกันข้าม มันดูดซับสารแล้วเก็บไว้ติดผิวหนัง
แว่นครอบตาหรือหน้ากากใส เพราะตอนเทและตอนคนเป็นจังหวะที่กระเด็นเข้าหน้าได้
เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าบูตยาง ห้ามใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด
หน้ากากที่กรองไอระเหยได้ ถ้าฉลากระบุ หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยกันฝุ่นได้แต่ไม่กันไอระเหยของตัวทำละลาย
ตอนพ่น
- ถ้าพ่นด้วยเครื่องสะพายหลัง ต้องป้องกันเต็มรูปแบบเหมือนตอนผสม เพราะละอองย้อนกลับมาโดนตัวตลอดเวลา
ถ้าพ่นด้วยโดรน ผู้บังคับอยู่ห่างจากจุดพ่นและอยู่เหนือลม ความเสี่ยงจึงต่ำกว่ามาก แต่ยังต้องใส่ถุงมือและแว่นอยู่ ไม่ใช่เพราะละอองที่พ่นออกไป แต่เพราะยังต้องจับถังและอุปกรณ์ที่มีคราบสารติดอยู่
ตอนหลังพ่น
- ถอดชุดที่ใส่พ่นก่อนเข้าบ้าน ห้ามใส่ชุดนั้นนั่งกินข้าวหรืออุ้มลูก
ซักชุดพ่นยาแยกจากเสื้อผ้าอื่นเสมอ การซักรวมคือการกระจายสารไปยังเสื้อผ้าของคนทั้งบ้าน
อาบน้ำสระผมทันทีที่เสร็จงาน ไม่ใช่รอตอนเย็น
สิ่งที่ใส่แล้วไม่ช่วย
- ผ้าขาวม้าปิดจมูก หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ถุงมือผ้า และเสื้อกันฝนแบบบางที่ขาดง่าย ของเหล่านี้สร้างความรู้สึกว่าป้องกันแล้ว ซึ่งอันตรายกว่าการรู้ตัวว่าไม่ได้ป้องกัน
ข้อที่คนละเลยที่สุด
- ห้ามใช้ปากเป่าหัวฉีดที่อุด นี่เป็นสาเหตุการได้รับสารโดยตรงที่พบบ่อยที่สุดในงานพ่นยา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างหรือใช้เข็มเขี่ยแทน
- หมายเหตุสำคัญ
- บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้


