ขั้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสารเข้าตา ถูกผิวหนัง สูดดม หรือกลืน และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
เรื่องนี้ต้องอ่านตอนที่ยังไม่เกิดเหตุ เพราะตอนเกิดเหตุจะไม่มีใครมีเวลาเปิดหาข้อมูล
หลักร่วมของทุกกรณี
- พาผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีสารทันที และให้คนช่วยเหลือป้องกันตัวเองก่อน อย่าเข้าไปช่วยด้วยมือเปล่าจนกลายเป็นผู้ป่วยคนที่สอง
เก็บฉลากหรือภาชนะไปโรงพยาบาลด้วยเสมอ ข้อมูลบนฉลากคือสิ่งที่ทำให้แพทย์รักษาได้ตรงจุด การบอกว่า "ยาฆ่าแมลง" เฉย ๆ ช่วยอะไรได้น้อยมาก
เข้าตา
- ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านต่อเนื่องอย่างน้อยสิบห้านาที เปิดเปลือกตาให้กว้างระหว่างล้าง ถอดคอนแทคเลนส์ออกถ้าใส่อยู่ ห้ามขยี้ตา และห้ามหยอดยาอะไรลงไปเองก่อนพบแพทย์ แล้วรีบไปโรงพยาบาล
ถูกผิวหนัง
- ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกทันที อย่ารอถึงบ้าน ล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนอย่างน้อยสิบห้านาที ห้ามใช้แปรงขัดแรง ๆ เพราะผิวที่ถลอกจะดูดซึมสารได้มากขึ้น
สูดดม
- พาออกไปที่อากาศถ่ายเททันที ให้นั่งหรือนอนในท่าที่หายใจสะดวก คลายเสื้อผ้าที่รัด ถ้าหายใจลำบากหรือรู้สึกตัวน้อยลง ให้เรียกรถพยาบาล
กลืนกิน
- ห้ามทำให้อาเจียนเองโดยเด็ดขาด เว้นแต่ฉลากระบุไว้ชัดเจนว่าให้ทำ สารบางชนิดกัดกร่อน การอาเจียนจะทำให้หลอดอาหารเสียหายซ้ำอีกรอบ และสารบางชนิดถ้าสำลักเข้าปอดจะอันตรายกว่าเดิมมาก
ห้ามให้ดื่มนม เหล้า หรือน้ำมัน ความเชื่อเรื่องดื่มนมแก้พิษไม่จริง และในหลายกรณีทำให้สารถูกดูดซึมเร็วขึ้น
ถ้าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด แล้วรีบพาไปโรงพยาบาลพร้อมฉลาก
สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
- คลื่นไส้อาเจียนมาก เหงื่อออกผิดปกติ น้ำลายไหลมาก ปวดศีรษะรุนแรง มองเห็นไม่ชัด กล้ามเนื้อกระตุก หายใจลำบาก หรือรู้สึกตัวน้อยลง
เบอร์ที่ต้องมีติดตัวและติดผนังโรงเก็บ
- สายด่วนศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 1367 ให้คำปรึกษาเรื่องสารพิษตลอด 24 ชั่วโมง โทรได้ทันทีแม้ยังไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงแค่ไหน เจ้าหน้าที่จะบอกได้ว่าต้องทำอะไรต่อและต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่
เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 เรียกรถพยาบาล
⚠️ ควรเขียนเบอร์สองตัวนี้ พร้อมเบอร์โรงพยาบาลที่ใกล้แปลงที่สุด ติดไว้ที่ผนังโรงเก็บสารให้เห็นชัด และบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของทุกคนที่ทำงานพ่นยา คนที่ต้องโทรอาจไม่ใช่คนที่จำเบอร์ได้ หมายเหตุสำคัญ บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำการใช้สารเคมีรายการใดรายการหนึ่ง อัตราผสม ชนิดพืชที่ใช้ได้ และระยะเวลาที่ต้องเว้น ต่างกันตามผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนตามประกาศของทางราชการ ให้ยึดฉลากของสารนั้นเป็นหลักเสมอ และปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ของเราก่อนตัดสินใจใช้


